Friday, January 15, 2016

เอาแล้วไง !! ดีเจโซดา จวก! คนปล่อยภาพโป๊! ด้วยข้อความภาษาไทยแบบนี้!?

เจสาวสุดเซ็กซี่ดังไปทั่วดลกอย่าง "ดีเจโซดา" หรือ "ฮวางโซฮี" ดีเจดังแห่งประเทศเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักในบบรรดาสาวก... thumbnail 1 summary

เจสาวสุดเซ็กซี่ดังไปทั่วดลกอย่าง "ดีเจโซดา" หรือ "ฮวางโซฮี" ดีเจดังแห่งประเทศเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักในบบรรดาสาวกเพลงตื๊ดกับท่าเต้นสุดน่ารักและเอกลักษณ์ผมสั้นและการแต่งตัวชองเธออารมณืเสียเข้าให้แล้ว ลุกออกมาจวกคนเผยแพร่ภาพอนาจารอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ งานนี้เล่นเอาหนุ่มๆตกใจไปเหมือนกันเพราะขอความเธอเป็นภาษาไทยนั้นเอง



 

ด่วนสดๆร้อนๆ !! มอบตัวแล้ว สิงห์รถบรรทุก เหยียบ'2พี่น้อง'ดับอนาถ เผยความจริงบางอย่างจนไม่น่าให้อภัย

โซเชียลฯเผยคลิปสิบล้อตบจยย.เข้าข้างทาง ก่อนเหยียบซ้ำซิ่งหลบหนี ทำให้ 2 พี่น้องดับคาที่ ล่าสุดสิงห์รถบรรทุกกลัวความผิด โร่มอบตัว ด้าน... thumbnail 1 summary

โซเชียลฯเผยคลิปสิบล้อตบจยย.เข้าข้างทาง ก่อนเหยียบซ้ำซิ่งหลบหนี ทำให้ 2 พี่น้องดับคาที่ ล่าสุดสิงห์รถบรรทุกกลัวความผิด โร่มอบตัว ด้านตร.คุมตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดร้อยเอ็ด

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. บนเครือข่ายสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก ชาวเน็ตต่างพากันเข้าไปชมคลิปวิดีโอความยาว 1.07 น. หลังแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “Lord Clips 'คลิปเด็ด'” ได้เผยแพร่เหตุการณ์อุบัติเหตุชวนหวาดเสียว พร้อมระบุข้อความว่า “นาที รถบรรทุกสิบล้อชนกับรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าปั้ม ปตท. ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต หน่วยกู้ภัยเมืองเกษ จึงรุดออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย จึงได้ทำการห่อหุ้มร่างผู้เสียชีวิตไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่โรงพยาบาลเกษตร วิสัย และได้นำส่งร่างน้องๆกลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลต่อไป” ตามที่ปรากฏบนสังคมออนไลน์มาแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ธนิต เหรียญเจริญ ผกก.สภ.เกษตรวิสัย เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. เวลาประะมาณ 17.00 น. รถบรรทุกเฉี่ยวชนรถ จยย. ซึ่งมี น.ส.ภควดี พรมมี อายุ 19 ปี และด.ญ.นิชาบุญ ไตรยงค์ อายุ 9 ปี สองพี่น้องได้ขับขี่ซ้อนรถกันมา เพื่อเดินทางกลับบ้าน ไปตามถนนสายเกษตรวิสัย-สุวรรณภูมิ กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณปั๊มปตท. เขตเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย ถูกรถบรรทุกคันดังกล่าวเลี้ยวซ้ายปาดหน้าจนทำให้รถ จยย.ล้ม แต่รถบรรทุกคันเดิมกลับเหยียบทั้ง 2 คน เสียชีวิตคาที่ ต่อหน้าต่อตาชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ จากนั้นคนขับรถบรรทุกได้ซิ่งรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

“ภายหลังรับ แจ้งได้สั่งการให้ รองผกก.สว.จร. และกำลังทุกนายออกติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานไปยังฝ่ายปกครอง อาสากู้ชีพ กู้ภัย และประชาชน ให้แจ้งเบาะแสให้ทราบ จนช่วงดึกของวันที่ 14 ม.ค.นายประพจน์ ทันพิทักษ์ อายุ 35 ปี ชาว ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับ ร.ต.ท.วิชิต ลาชัย พงส. สภ.เกษตรวิสัย พร้อมรถคันที่ก่อเหตุ” พ.ต.อ.ธนิต ระบุ

โดยนายประพจน์ หนุ่มคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าว ให้การสารภาพว่า ตน ได้ขับรถรับจ้างบรรทุกดินอยู่ในพื้นที่ ขณะเกิดเหตุตนขับเร็ว และเลี้ยวเข้าซอยโดยไม่ทันระมัดระวัง จึงทำให้เฉี่ยวชนและเหยียบร่างจนมีผู้เสียชีวิต ขณะนั้นรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงทำอะไรไม่ถูก เลือกที่จะขับรถหลบหนีไปปรึกษาญาติ ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัว แต่อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงชีวิต ไม่ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บตามสมควรและขับรถหลบหนีโดยไม่มีเหตุอันควร อีกทั้งในวันนี้ (15 ม.ค.) พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดเรียบร้อยแล้ว

คดีโครงกระดูก ยิ่งสืบยิ่งช็อก ลูกสาวฝังศพแม่ ถูกพ่อเลี้ยงกระทำแบบนี้ เธอเล่าเหตุการณ์ให้ฟังช็อกอย่างคาดไม่ถึง

สยามอัพเดทมีรายงานจากคดีมีการขุดพบศพโครงกระดูกถูกฝังดินทิ้งไว้ที่ข้างบ้านเลขที่ 29/1 หมู่ที่ 6 บ้านคุ้งวารี ต.บางม่วง อ.เมือง จ.นคร... thumbnail 1 summary

สยามอัพเดทมีรายงานจากคดีมีการขุดพบศพโครงกระดูกถูกฝังดินทิ้งไว้ที่ข้างบ้านเลขที่ 29/1 หมู่ที่ 6 บ้านคุ้งวารี ต.บางม่วง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยมีญาติพี่น้องของเจ้าของบ้านระบุยืนยันว่าเป็นศพของ น.ส.ชมภูนุช มาศแจ้ง อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 1 ปี จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางม่วง ได้การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ชมภูนุช มาสอบปากคำ รวมถึงการส่งศพโครงกระดูกไปตรวจพิสูจน์และหาดีเอ็นเอ ว่าเป็นศพของ น.ส.ชมภูนุช ตามที่ญาติและพี่น้องยืนยันหรือไม่
แต่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี บุตรของ น.ส.ชมภูนุช มีการแชทข้อความผ่านเฟซบุ๊คพูดคุยกับผู้ต้องสงสัย จนต้องมีการสอบปากคำอย่างหนักตอนทั้งคืนที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด วันนี้ (15 มกราคม 2559) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปไปที่ สภ.บางม่วง เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พบว่า พ.ต.อ.สุกฤษฏิ์ บุญทรง รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่ทีมฝ่ายสืบสวนยังมีนำผู้ต้องสงสัย และ น.ส.บี มาแยกห้องกันสอบปากคำอย่างเคร่งเครียด นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะมีการนำตัวคนทั้งคู่ไปตรวจดีเอ็นเอ ยังหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครสวรรค์ จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนจึงมีการพาตัว น.ส.บี ไปสอบปากคำร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ ตามขั้นตอนต่อไป ส่วนศพโครงกระดูก รวมถึงวัตถุพยานต่างๆ ได้ถูกส่งไปตรวจยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจเมื่อช่วงเช้าแล้ว ซึ่งต้องรอผลการตรวจอย่างละเอียดไม่ต่ำกว่า 3 วัน
พ.ต.อ.สุกฤษฏิ์ บุญทรง รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับผลการสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี กำลังในระหว่างดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยตนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างรัดกุมมากที่สุด ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติม หรือระบุได้ว่าขณะนี้คนร้ายคือใคร ซึ่งก็ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน และรอผลตรวจพิสูจน์ศพโครงกระดูก รวมถึงวัตถุพยานต่างๆ ที่ตรวจพบ จึงจะมีการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสมศักดิ์ พี่ชายของ น.ส.ชมภูนุช ที่มานั่งเฝ้าที่โรงพักเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีมาตั้งแต่วันแรกว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา น.ส.บี บุตรของ น.ส.ชมภูนุช ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดเกือบตลอดทั้งคืน ซึ่งก็ยังคงให้การวนไปวนมา
เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ น.ส.บี เขียนใบบันทึกข้อความ 2 ครั้ง โดยครั้งแรก น.ส.บี ยอมรับว่าร่วมลงมือกับพ่อเลี้ยง แต่ใบบันทึกอีกใบกลับยอมรับว่าลงมือคนเดียว ซึ่งตนในฐานะที่เป็นญาติเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วยเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไป ได้ที่จะลงมือทำเพียงคนเดียว จึงได้พูดคุยกับหลานสาวจนยอมเผยว่า
ในวันที่เห็นเหตุการณ์ น.ส.ชมภูนุช มีปากเสียงกับพ่อเลี้ยงในเรื่องที่ตั้งท้อง 2-3 เดือน แต่พ่อเลี้ยงขอให้ไปเอาเด็กออก ซึ่ง น.ส.ชมภูนุช ไม่ยอมจึงเกิดการทะเลาะกัน โดยในระหว่างนั้น น.ส.ชมภูนุช ได้ขอร้องให้ น.ส.บี กลับเข้าห้องนอน เพราะไม่อยากให้บุตรเข้ามาอยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“หลานสาว เล่าต่อด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดว่า หลังจากเข้าไปอยู่ในห้องนอนนานกว่า 1 ชั่วโมง และเห็นว่าเสียงทะเลาะเงียบหายไป หลานสาวของตนจึงได้ออกจากห้องมาดูด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ต้องตกใจ และต้องตะลึงกับภาพที่เห็น คือ ศพของมารดาถูกมัดปากมัดมือด้วยฝีมือการกระทำของพ่อเลี้ยง”
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ น.ส.บี ได้เผย และทำให้ตนรู้สึกถึงความโหดร้ายมากยิ่งขึ้น คือการที่ น.ส.บี เผยว่าถูกพ่อเลี้ยงบังคับข่มขืนมานานก่อนที่ น.ส.ชมภูนุช จะหายตัวไป และยังถูกพ่อเลี้ยงถ่ายคลิปเก็บไว้ในระหว่างที่ถูกกระทำย่ำยีทั้งร่างกายและ จิตใจด้วย จึงเป็นเหตุให้พ่อเลี้ยงใช้คลิปดังกล่าวข่มขู่บังคับ น.ส.บี นำจอบไปขุดดินที่บริเวณข้างบ้าน ก่อนที่พ่อเลี้ยงจะลากร่างของ น.ส.ชมภูนุช ไปฝังทิ้งไว้ที่หลุม
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตนก็ยังมีข้อสงสัยในอีกหลายประเด็น ซึ่งก็มองว่า เรืองมันจะต้องมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน แต่รอผลการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป.

Thursday, January 14, 2016

Anonymousอ้างเจาะเว็บรบ.ไทย-หนุนไม่เที่ยวไทย

กลุ่มแฮกเกอร์ อ้างโจมตีเว็บ 300 แห่งของรัฐบาลไทย ตอบโต้คำพิพากษาประหารชีวิตแรงงานพม่า 2 ประกาศรณรงค์ไม่ให้เที่ยวไทย สำนักข่าวต่างป... thumbnail 1 summary

กลุ่มแฮกเกอร์ อ้างโจมตีเว็บ 300 แห่งของรัฐบาลไทย ตอบโต้คำพิพากษาประหารชีวิตแรงงานพม่า 2 ประกาศรณรงค์ไม่ให้เที่ยวไทย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังของโลกอย่าง Anonymous ออกมาอ้างว่า พวกเขาลงมือโจมตีเว็บไซต์กว่า 300 แห่งของรัฐบาลไทย โดยบอกว่า เป็นตอบโต้คำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 2 คนในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า โดยรายงานข่าว ซึ่งกลุ่มแอนโนนีมัส โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก (We Are Anonymous) ทางกลุ่มบอกว่า พวกเขาเป็นผู้โจมตีเว็บไซต์ศาลไทย เพื่อประท้วงคำพิพากษาว่า แอนโนนีมัส ปิดเว็บไซต์ศาลยุติธรรมไทยทั้งหมด เพื่อประท้วงต่อคำพิพากษาคดีฆาตกรรมบนเกาะเต่า Anonymous สนับสนุนการรณรงค์ที่เรียกร้องให้นักท่องเที่ยวคว่ำบาตรไทย หน้าเว็บเพจหน้าแรกของสำนักงานศาลยุติธรรม กลายเป็นบนพื้นสีดำ และมีรูปสัญลักษณ์คล้ายหน้ากากสีขาว ถูกคาดบริเวณดวงตา พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ เขียนว่า BLINK HACKER GROUP และ Failed Law We Want Justice ! #Boycott Thailand โดย กลุ่มแอนโนนีมัส ยังเปิดเผยรายชื่อมากกว่า 200 เว็บไซต์ที่เข้าโจมตี

ขณะสำนักข่าวเอพี รายงานว่า เว็บไซต์หลักของศาลแพ่งไทย ไม่สามารถเข้าถึงได้ในทันที แต่เว็บไซต์ของศาลยุติธรรม ซึ่งทางกลุ่มอ้างว่า ได้ดำเนินการเจาะระบบ สามารถกลับมาใช้การได้ตามปกติ ในช่วงบ่ายวันของวันที่ 13 ม.ค. ทั้งนี้ กลุ่มแอนโนนีมัส ยังประกาศสนับสนุนการรณรงค์เรียกร้องไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไทย

อุ๊ตะ!!! โฟร์ หมดสัญญาอาร์เอสปุ๊ป โผล่แกรมมี่ปั๊ป

ทำเอาใครหลายคนถึงกับเซอร์ไพรส์กันเลยทีเดียว สำหรับการโผล่มาร่วมงานของอดีตนักร้องดูโอ้หน้าใส "โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร" กับค่าย... thumbnail 1 summary

ทำเอาใครหลายคนถึงกับเซอร์ไพรส์กันเลยทีเดียว สำหรับการโผล่มาร่วมงานของอดีตนักร้องดูโอ้หน้าใส "โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร" กับค่ายแกรมมี่ ในผลงานซีรี่ย์เรื่องใหม่ "รุ่นพี่ Secret Love" ที่เพิ่งจะประเดิมเปิดกล้องบวงสรวงไปเมื่อเช้าวันนี้ (14 ม.ค.)

โดยเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจว่า ตอนนี้ตนเองได้หมดสัญญากับอดีตต้นสังกัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วและกำลังเริ่มต้นรับงานในฐานะนักแสดงอิสระเต็มตัว พร้อมยืนยันอีกว่าทุกอย่างจบลงด้วยดีไม่ได้มีปัญหาอะไรแน่นอน...

วันนี้เรามาร่วมงานกับแกรมมี่เป็นครั้งแรกเลย ?
"ใช่ค่ะ ตื่นเต้นดี สถานที่ใหม่ (หัวเราะ) ซึ่งเอาจริงๆ ในทีมงานนี้ก็มีบางคนที่โฟร์คุ้นเคยอยู่แล้วเคยร่วมงานด้วยกันมาก่อน เขาติดต่อโฟร์มาเมื่อประมาณปลายปีที่แล้วบอกว่าสนใจอยากให้เราร่วมงานด้วย อีกอย่างซีรี่ย์ตัวนี้มันเป็นซีรี่ย์ที่ค่อนข้างน่ารักโฟร์ก็เลยตัดสินใจที่จะเล่นค่ะ"

กลัวคนจะมองไหมว่าเราตั้งใจให้หมดสัญญาค่ายเก่า แล้วก็หันมาทำงานกับอีกค่ายทันที ?
"เอ่อ...ไม่ได้แบบว่าตั้งใจหรือจงใจนะคะ แค่โฟร์มองว่าถ้ามีงานไหนติดต่อเข้ามาและตัวเราเองสนใจที่จะเล่นโฟร์ก็ยินดีรับ ไม่ได้ดูเลยว่าจะต้องเป็นค่ายไหนทำ"

การทำงานกับแกรมมี่ครั้งนี้เราได้มีการเซ็นสัญญาไหม ?
"ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะเพราะโฟร์เพิ่งจะมาได้แค่ครึ่งเดือน อีกอย่างทางผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้เข้ามาคุยด้วยเลยว่าจะมีการเซ็นสัญญาหรืออะไร"

ในส่วนของอาร์เอสเราคิดว่าจะมีโอกาสกลับไปร่วมงานกันได้อีกไหม ?
"ยินดีค่ะ คือถ้าผู้ใหญ่มองว่าเราเหมาะสมกับบทบาทที่เขาอยากจะให้เราเล่นเราก็ยินดีค่ะ"

ไม่ได้เรียกว่าจบกันไม่สวยเนอะ ?
"ไม่ค่ะ จบกันด้วยดีค่ะ (ยิ้ม)"

เราตั้งใจที่จะหันมาลุยงานแสดงเต็มตัวเลยหรือเปล่า ?
"ตอนนี้ก็อาจจะหันมาเป็นนักแสดงก่อน ส่วนงานเพลงจริงๆ แล้วก็มีบางค่ายติดต่อเข้ามาให้เราไปทำซิงเกิ้ลบ้าง แต่ว่า ณ ตอนนี้โฟร์อยากขอเวลาคิดดูก่อนค่ะ"

แฮปปี้ไหมกับการทำงานเป็นอิสระ ?
"แฮปปี้ดีค่ะ เพราะตอนนี้ก็มีงานหลายค่ายเหมือนกันที่ติดต่อเข้ามาและตัวโฟร์เองก็ตอบตกลงที่จะเล่นแล้วด้วยค่ะ"

ล่าสุดเห็นว่าเรามีทริปไปเที่ยวกับไทม์ไทด้วย ?
"ไปทริปดำน้ำค่ะ ไปกันหลายคนไม่ได้มีแค่เราสองคน ถ้าไปกันสองคนใครจะถ่ายรูปให้ ส่วนภาพที่ทานข้าวก็คือว่าพอดีช่วงนั้นมันตรงกับวันเกิดเขาทางร้านก็เลยทำเค้กมาเซอร์ไพรส์ซึ่งโฟร์ก็เลยได้ทีสวมรอยว่าเป็นเค้กจากโฟร์เอง"

ตอนนี้เรากับน้องสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมไหม ?
"ไม่นะคะ ทุกอย่างยังเท่าเดิมเพราะเอาจริงๆ เราก็สนิทกันก่อนหน้านี้ประมาณ 4-5 ปีแล้วนะคะ"

กลัวคนมองไหมว่าคู่เราจะกลายเป็นคู่รักปากแข็ง ?
"ไม่ได้ปากแข็งนะคะแค่มันยังไม่ได้พัฒนาไปมากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม มีเวลาว่างก็ไปดูหนังกินข้าวกันบ้างปกติ"

สถานะของเรากับไทม์ไทตอนนี้สามารถใช้คำว่าอะไรดี ?
"โสดค่ะ โสดนะคะ ไม่ได้กั๊กความสัมพันธ์นะแค่โฟร์มองว่า ณ ตอนนี้มันโอเคอยู่แล้วโฟร์ไม่ได้อยากรีบมีแฟนค่ะ"

เอ๋ เชิญยิ้ม ถูกแท็กซี่เสยท้ายรถ ภรรยาตั้งครรภ์บาดเจ็บที่ท้อง

เอ๋ เชิญยิ้ม ตลกชื่อพร้อมภรรยาและลูก ถูกรถแท็กซี่เสยท้ายรถปาเจโร่ ภรรยาเจ็บที่ท้อง ลูกสาวปลอดภัยเมื่อเวลา 01.10 น. วันที่ 14 ม.ค.59 ... thumbnail 1 summary

เอ๋ เชิญยิ้ม ตลกชื่อพร้อมภรรยาและลูก ถูกรถแท็กซี่เสยท้ายรถปาเจโร่ ภรรยาเจ็บที่ท้อง ลูกสาวปลอดภัยเมื่อเวลา 01.10 น. วันที่ 14 ม.ค.59 พ.ต.ท.มาโนช กันเกลา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีการทำร้ายกัน เหตุเกิดบริเวณถนนปทุมธานี-นนทบุรี หมู่ 7 ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุใกล้บ้านเอื้ออาทร ปทุมธานี (บางคูวัด) ขาเข้ามุ่งหน้ามาศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ที่เลนกลางถนนพบรถแท็กซี่มิเตอร์ สีส้ม สหกรณ์บวรแท็กซี่ จำกัด หมายเลขทะเบียน ทย-6761 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถพังยับเยิน มี นายสำนวน พิศมัย อายุ 55 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การอยู่ ห่างไปประมาณ 10 กว่าเมตร ช่องเลนขวาสุดพบรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร่สปอร์ต สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆฉ-1381 กรุงเทพมหานคร ท้ายรถถูกชนจนยุบ ยางอะไหล่กระเด็นขึ้นไปอยู่บนฟุตปาธ สภาพรถหันหัวกลับมาทางสี่แยกบางคูวัด

โดยมี นายวีรพล จันทร์ตรง อายุ 42 ปี หรือ "เอ๋ เชิญยิ้ม" ดารานักแสดงตลกชื่อดัง ซึ่งรับบท ผู้กองสมาร์ท ในซิทคอมเรื่องผู้กองเจ้าเสน่ห์ ยืนอยู่พร้อมกับ น.ส.กรรณิการ์ นาเถิน อายุ 27 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวไหล่ และลูกสาววัย 1 ขวบร้องไห้อยู่ด้วยความตกใจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงรีบนำตัวภรรยาและลูกสาวส่ง รพ.ปทุมธานี ทันที

จากการสอบสวน นักแสดงตลกชื่อดัง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมภรรยาและลูกสาว รวมทั้งลูกน้องอีกคน ได้ออกมาจากบ้านเพื่อมาซื้อนมให้ลูกสาวที่ร้านสะดวกซื้อ หน้าทางเข้าบ้านเอื้ออาทรใกล้ที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้ขับรถออกมาและวิ่งอยู่เลนกลาง จู่ๆ เห็นไฟรถยนต์คันหนึ่งซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นรถแท็กซี่คันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วและก็พุ่งเข้าชนท้ายรถตนอย่างจัง จนรถตนหมุนกลับและลูกสาวตนก็กระเด็นมาข้างประตูที่ฝั่งตนและภรรยาได้รับบาดเจ็บ ที่สำคัญภรรยาตนกำลังตั้งท้องได้ประมาณ 2 เดือนเศษ ส่วนลูกน้องไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แต่ตนเจ็บบริเวณหน้าท้องและซี่โครง

ทางด้าน คนขับรถแท็กซี่ กล่าวเช่นกันว่า ตนกำลังจะเลิกรถ และได้ขับรถเพื่อจะไปเติมแก๊ส และเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุก็เห็นรถคู่กรณีอยู่ด้านหน้าพอดี จึงพุ่งชนท้ายอย่างแรง จากนั้นได้ลงมาจากรถและเดินเข้าไปดูว่าในรถมีคนเจ็บหรือไม่ แต่แล้วเมื่อไปถึงถูกคนขับรถคู่กรณี ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นตลกชื่อดังได้ปรี่เข้ามาต่อยที่ใบหน้าตนถึง 2 ครั้ง ก่อนที่จะมีคนมาห้าม

โดยที่ตนไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด และไม่คิดเอาเรื่อง เพราะรู้ว่าเป็นอารมณ์ของคนที่กำลังโมโหที่ทำให้ภรรยาและลูกเขาต้องได้รับบาดเจ็บ

และสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ โชคดีที่ไม่มีคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอีก เนื่องจากล้อยางอะไหล่ของรถ เอ๋ เชิญยิ้ม ที่หลุดกระเด็นพุ่งเข้าข้างทางไปกระแทกกำแพงและถูกหลอดไฟร้านขายอาหารอีสานข้างทางของนายดาว สุดี อายุ 50 ปีจนแตกกระจาย และเกือบถูกลูกสาว 2 คนวัย 6 ขวบ และ 4 ขวบ ที่นอนเล่นบนเสื่อ จนตกใจร้องไห้ลั่นเช่นกัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานรถยกมาทำการยกรถคู่กรณีทั้งสองไปเก็บไว้ที่เก็บของกลางและจะได้ทำการสอบสวนและสอบปากคำทั้งสองต่อไป

ปคบ.แถลงรวบผู้ต้องหาหลอกขายตั๋วเครื่องบิน

ตร.ปคบ. แถลงรวบผู้ต้องหาฉ้อโกง ลวงหลอกขายตั๋วเครื่องบินเสียหายกว่า 8 ล. ยังปฏิเสธไม่ได้โกง นางสาวสุณัฎฐา ศรีสวัสดิ์ อายุ 33 ปี ผู้... thumbnail 1 summary

ตร.ปคบ. แถลงรวบผู้ต้องหาฉ้อโกง ลวงหลอกขายตั๋วเครื่องบินเสียหายกว่า 8 ล. ยังปฏิเสธไม่ได้โกง

นางสาวสุณัฎฐา ศรีสวัสดิ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโฆษณาอันเป็นเท็จ หรือเกินความจริง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จับกุมตัวได้ที่ ตลาดคลังมาเช่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายกว่า 50 คน เข้าร้องทุกข์กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่า ถูกผู้เสียหายกับพวก หลอกลวงผ่านทางอินเทอร์เน็ต อ้างตัวเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการจองตั๋วเครื่องบินโดยสารไปยังต่างประเทศ ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และโอนเงินให้กับผู้ต้องหา แต่เมื่อถึงเวลาเดินทาง กลับไม่มีตั๋วโดยสารและไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้มีมูลค่าความเสียหายกว่า 8.4 ล้านบาท

ทั้งนี้ นางสาวสุณัฎฐา ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้เสียหาย แต่ทางบริษัทมีปัญหากับสายการบินจึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ และเบื้องต้นได้มีการแจ้งลูกค้า และเตรียมคืนเงินให้ภายใน 3 เดือน แต่บางรายรอไม่ไหวจึงเข้าแจ้งความดังกล่าว และขอปฏิเสธกรณีที่ตนเองมีการเปลี่ยนชื่อสกุลมาแล้วกว่า 3 ครั้งว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงแต่อย่างใด และการจองตั๋วโดยสารจะทำให้กับบุคคลที่รู้จักเท่านั้น

ขณะที่ นางสาวประภาศรี อยู่สุข หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า ตนเองรู้จักกับผู้ต้องหาผ่านเพื่อนมาอีกต่อหนึ่ง และเคยใช้บริการมาแล้ว 7 - 8 ครั้ง โดยเป็นการพูดคุยผ่านไลน์แอพพลิเคชั่น ซึ่งเมื่อทำการจองแล้วเสร็จ ผู้ต้องหาจะให้โอนเงินชำระค่าตั๋ว ภายใน 3 ชั่วโมง และบางครั้งขณะเดินทาง ผู้ต้องหาสามารถอัพเกรดที่นั่งราคาแพงได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด จึงทำให้ตนเองหลงเชื่อ และจองตั๋วเป็นกรุ๊ป อีก 14 คน เป็นเงินกว่า 2 แสนบาท เตรียมเดินทางไปยังประเทศเกาหลี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ไม่สามารถเดินทางได้ ประกอบกับมีผู้เสียหายรายอื่นถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน จึงรวมตัวเข้าแจ้งความดังกล่าว

โดย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กล่าวว่า หลังจากนี้ตำรวจจะเชิญทางสายการบิน ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างมาทำการสอบปากคำ และเตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการต่อไป


สำหรับ นางสาวณัฎฐา มีประวัติเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2556 - 2558 ในข้อหาลักษณะเดียวกัน แต่มีการพูดคุยตกลงกับผู้เสียหายได้